โรงแรมทรุด เข้าพักลดเหลือ 20%

ทีเอชเอ ชี้ท่องเที่ยวไม่กระเตื้อง อัตราการเข้าพักยังวูบ 20% ชี้ต่างชาตินิยมเข้าพักแบบประหยัดแทนโรงแรมหรู นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังไม่ฟื้นตัว วัดได้ จากอัตราการเข้าพักเดือนมิ.ย. ทั่วประเทศไทย เฉลี่ยลดลง 20% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยภาคใต้ ภูเก็ต อัตราการเข้าพัก 39% พังงา 12% กระบี่ 18% ขณะที่ยอดจองล่วงหน้าเดือนก.ค. พังงา 14% กระบี่ 20% ส่วนภูเก็ตเพิ่มขึ้น 57% เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการจัดงานประชุมผู้นำอาเซียน ขณะที่พัทยาอัตราการเข้าพัก 34% เทียบกับปีก่อน 50% พระนครศรีอยุธยา 54% พิษณุโลก 47% หัวหิน-ชะอำ 35-40% เทียบกับปีก่อน 43-47% โรงแรมขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ 47%

เทียบกับปีก่อน 66% โรงแรมขนาดเล็กในกรุงเทพฯ 47% เชียงใหม่ 28% เทียบกับ ปีที่ผ่านมา 36% เป็นต้น ทั้งนี้ จากการสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบว่านิยมเดินทางเข้าพักโรงแรมขนาดเล็กในราคาประหยัด แทนการเข้าพักโรงแรมใหญ่ระดับ 4-5 ดาว เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประกอบกับกระแสการเดินทางด้วยสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) มีอัตราการเติบโตสูงในช่วง 2-3 ปีนี้ อย่าง สายการบินไทยแอร์เอเชีย มีแผนเพิ่มเครื่องบินใหม่ 40 ลำ ในระยะ 5 ปีนี้ ซึ่งจะทำให้การขยายเส้นทางการบินได้ครอบคลุมภูมิเอเชีย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ประกอบการโรงแรมได้หันมาลงทุนโรงแรมขนาดเล็ก จำนวน 80-100 ห้อง เพิ่มมากขึ้น โดยการลงทุนเฉลี่ยที่

โดย : โพสท์ทูเดย์

พ.ร.ก. ฉุกเฉินทำต่างชาติยกเลิกจองห้อง

นายประกิต ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดจองห้องพักโรงแรมต่างๆ ถูกยกเลิกจองไปแล้วเฉลี่ย 40-50% โดยเฉพาะหลังจากมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แม้จะไม่มีผลในทางปฏิบัติแต่ก็ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มั่นใจในความปลอดภัยในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว

“ตอนนี้ตลาดเกาหลียกเลิกจองห้องพักแล้ว 70%ทุกวัน ส่วนกรุ๊ปทัวร์จากจีน-ฮ่องกง ยกเลิกจองห้องพักเดือน พ.ย.แล้ว ยังไม่นับรวมพวกชาร์เตอร์ไฟล์ สกายทัวร์ ที่หยุดบิน แล้ว หลังมีการขู่ปิดสนามบินต่างๆ ของไทย”นายประกิต กล่าวกับ”อินโฟเควสท์”
         นายประกิต กล่าวว่า แม้รัฐบาลเตรียมประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็ไม่ได้ช่วยลดผลกระทบด้านการท่องเที่ยว เพราะสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกังวลคือความปลอดภัย หากยังปล่อยให้มีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯและกลุ่มอื่น ๆ  สถานการณ์บ้านเมืองก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง เพราะยังมีการขู่ปิดสนามบิน ปิดสถานที่ราชการ หรือสาธารณูปโภคต่างๆได้อีก ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเข้ามาจัดการยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นโดยเร็วและให้ยกเลิกการชุมนุม
         “หากรัฐบาลจัดการให้การชุมนุมยุติได้ภายในเดือนนี้ จะยิ่งเป็นเรื่องดี เพื่อไม่ให้กระทบต่อการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น เพราะหากจะทำอะไรไปตอนนี้ ก็คงไม่มีอะไรไปชี้แจงนักท่องเที่ยวตปท. แต่หากเรื่องจบเร็ว เรายังมีเวลาพอที่จะช่วยฟื้นการท่องเที่ยวช่วงปลายปีได้ ททท.เองเขาก็พร้อมเข้ามาช่วย” นายประกิต กล่าว

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) — อังคารที่ 9 กันยายน 2008 11:08:19 น

โรงแรมทรุดหนัก อัตราเข้าพัก เหลือ 25-35%

news_img_51287_1ภูเก็ต –
นายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง เผยตัวเลขเข้าพักของนักท่องเที่ยวเหลือเพียง 25-35 % ระบุแย่กว่าทุกโลว์ซีซันที่ผ่านมาหลังเจอ 2 ปัจจัยลบ

นายแพทย์ จิรชัย อมรไพโรจน์ นายกสมาคมโรงแรมหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวของหาดป่าตอง ว่า จากปัญหาภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ความไม่สงบภายในประเทศและล่าสุดปัญหาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวพอสมควร ไม่เฉพาะในพื้นที่ป่าตองเท่านั้น แต่ภาวะดังกล่าวเป็นเหมือนกันทั่วโลก ซึ่งจากการประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวมาเป็นเวลาร่วม 20 ปี สถานการณ์ในปีนี้ค่อนข้างหนักมาก เพราะที่ผ่านมาแม้จะเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหรือโลว์ซีซันอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 % แต่โลว์ซีซันปีนี้อัตราการเข้าพักเหลือเพียง 25-35 %

“ปัจจัยหลักของผลกระทบในขณะนี้ คือ ภาวะเศรษฐกิจโลก รองลงมาเป็นเรื่องโรคระบาด ซึ่งในระยะหลังค่อนข้างที่จะสร้างความตื่นตระหนกและตกใจสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวค่อนข้างมาก แต่เข้าใจว่าจะเป็นเช่นนี้ไปอีกประมาณ 3 เดือน เพราะผู้คนจะมีความเข้าใจและคุ้นเคยกับโรคมากขึ้น โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เห็นได้จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยนับหมื่นคน และเขาก็ไม่สนใจกันแล้ว โดยปล่อยไปตามปกติ เนื่องจากโรคดังกล่าวสามารถรักษาได้และมีอัตราการตายน้อยมาก อาการไม่ต่างจากไข้หวัดทั่วไป”

นพ.จิรชัย กล่าวถึงการรับมือของทางกลุ่มผู้ประกอบการ ว่า แม้ว่าจะไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรงและสามารถรักษาให้หายได้ แต่เราก็ไม่ประมาทโดยได้มีการขอความร่วมมือผู้ประกอบการเตรียมในส่วนของหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือไว้บริการที่บริเวณแผนกต้อนรับ กรณีที่พบผู้เข้าพักมีอาการป่วยก็ให้แจกอุปกรณ์ป้องกันไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ล้างมือ หรือแนะนำให้ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล เพื่อจะได้เป็นการป้องกันตั้งแต่เริ่มต้น เพราะไม่อยากให้เกิดการระบาดขึ้น เนื่องจากขณะนี้การท่องเที่ยวเองก็ค่อนข้างแย่อยู่แล้วก็จะจะยิ่งทรุดหนัก

อย่างไรก็ตาม นพ.จิรชัย กล่าวถึงกิจกรรมการจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาว่า ที่ผ่านมาในส่วนของภาคเอกชนได้มีการดำเนินการกันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยมีโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ออกมามากมาย รวมไปถึงเรื่องของราคา แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร เนื่องจากทุกคนระมัดระวังเรื่องของค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันบางคนก็ยังมีความกังวลในเรื่องของโรคระบาด แต่คิดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งทุกอย่างจะดีขึ้น เนื่องจากขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจก็มีสัญญาณบ่งชี้ไปในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการส่งออก ดังนั้นเชื่อว่าในช่วงปลายปีนี้นักท่องเที่ยวบางส่วนจะกลับเข้ามา

นายวิชัย จูฑะมงคล นายกสมาคมสปาภูเก็ต กล่าวถึงผลกระทบจากการเกิดโรคติดต่อ ว่า ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวขณะนี้ไม่สู้ดีนักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนการเกิดโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งมาตรการที่ทางจังหวัดทำอยู่ค่อนข้างได้ผลดี เนื่องจากว่ามีจำนวนผุ้ป่วยน้อยมาก แต่ที่ผ่านมาการใส่ใจกับข้อมูลที่มีการประชาสัมพันธ์ค่อนข้างน้อย จึงอยากให้มีความใส่ใจกันมากกว่านี้ เพราะหากเกิดภาพลบขึ้นความเสียหายจะตามมาค่อนข้างมากกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่ก็อยากทุกคนเกิดความมั่นใจ และอย่าตื่นตระหนก

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์