ลอยกระทง นางนพมาศ

ลอยกระทง ความสนุกสนาน บันเทิงใจในประเพณี ลอยกระทง ได้ก่อเกิดเป็นสำนึกทางความคิดที่ฝังรากลึกในปัจเจกบุคคล เฉกเช่นในปัจจุบันนี้ การเปลี่ยนแปลงสำนึกทางความคิดนี้มิอาจที่ถูกก่อขึ้นมาอย่างลอย ๆ แต่ได้ก่อตัวขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มากมาย ( การเปลี่ยนแปลงทางด้านทัศนคติของการพัฒนาที่มิทิศทางเดียว กับ การแบ่งแยกชีวิตออกเป็นส่วน ๆ ) ทำให้สังคมที่บกพร่องซึ่งความรู้ความเข้าใจ ในแก่แกนของสาระสำคัญของประเพณี ลอยกระทง

การบกพร่องซึ่งความรู้ความเข้าใจในประเพณี ลอยกระทง ทำให้หลายต่อหลายครั้งคนในสังคมไม่มีความรู้ความเข้าใจ นัยยะ ของประเพณี ตลอดจนไปถึงการมองข้ามเรื่อง นางนพมาศ กระนั้นจึงมิใช่เรื่องแปลกประหลาด ที่สังคมซึ่ง บกพร่องทางความรู้ความเข้าใจ จะก่อเกิดการแปลเปลี่ยน สำนึกทางความคิดใหม่ ที่มุ่งเน้นแต่ความสนุกสนาน บันเทิงใจ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ บทเพลงที่มีชื่อว่า ลอยกระทงวันสงกรานต์

ประเพณีลอยกระทงจึงมิใช่ประเพณีที่เกิดขึ้นมาอย่างลอย ๆ และคงมิได้เกิดมาเพื่อความบันเทิงใจ แต่ประเพณีลอยกระทงยังคงเกี่ยวข้องกับ ศาสนา หรือ กระนั้น ประเพณีลอยกระทงยังคงผูกติดกับเรื่องราวของบุคคล ในประวัติศาสตร์ นางนพมาศ อย่างแนบแน่น เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ของชนชั้นผู้นำไทย ( ในเรื่องเวลา)

ลอยกระทง ตำนานลอยกระทง

ลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร เพียงแต่ท้องถิ่นแต่ละแห่งจะมีจุดประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียน หรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัวฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ ตามความเชื่อของแต่ละแห่ง

ประเพณีลอยกระทงไม่ได้มีแต่ในไทยเท่านั้น ที่จีน อินเดีย เขมร ลาวและพม่าก็มีการลอยกระทงคล้ายๆกับบ้านเรา จะต่างกันก็ตรงที่รายละเอียด พิธีกรรมและความเชื่อในแต่ท้องถิ่น

พระยาอนุมานราชธน ได้สันนิษฐานว่า ต้นเหตุแห่งการลอยกระทงอาจมีมูลฐานเป็นไปได้ว่า การลอยกระทงเป็นคติของชนชาติที่ประกอบกสิกรรม ซึ่งต้องอาศัยน้ำเป็นสำคัญ เมื่อพืชพันธุ์ธัญชาติงอกงามดีและเป็นเวลาที่น้ำเจิ่งนองพอดี ก็ทำกระทงลอยไปตามกระแสน้ำไหลเพื่อขอบคุณแม่คงคาหรือเทพเจ้าที่ประทานน้ำมาให้ความอุดมสมบูรณ์ และเมื่อเสร็จแล้วจึงเล่นรื่นเริงด้วยความยินดี เท่ากับเป็นการสมโภชการงานที่ได้กระทำว่าได้ลุล่วงและรอดมาจนเห็นผลแล้ว

ต่อมาเมื่อมีความเจริญแล้ว การวิตกทุกข์ร้อนเรื่องเพาะปลูกว่าจะไม่ได้ผลก็น้อยลงไป แต่ก็ยังมีการบวงสรวงตามที่เคยทำมาจนเป็นประเพณี เพียงแต่ปรับให้เข้ากับความเชื่อของทางศาสนาที่ตนนับถือ เช่น มีการทำบุญเพิ่มขึ้นในทางพุทธศาสนา แต่ที่สุดก็เหลือแต่การเล่นสนุกสนานรื่นเริงเป็นส่วนใหญ่

เหตุที่ทำกระทงเป็นรูปดอกบัวนั้น ในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือตำนานนางนพมาศ พระสนมเอกของพระมหาธรรมราชาลิไทย หรือพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย ได้กล่าวถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองว่า เป็นเวลาเสด็จประพาสลำน้ำตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน และได้มีรับสั่งให้บรรดาพระสนมนางในทั้งหลายตกแต่งกระทงประดับดอกไม้ธูปเทียนนำไปลอยน้ำหน้าพระที่นั่ง ในคราวนั้นท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือนางนพมาศ พระสนมเอก (แต่การศึกษาประวัติศาสตร์ปัจจุบันหลายชิ้นระบุว่า นางนพมาศไม่มีจริง) ก็ได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น

เนื่องจากเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษที่บานเวลากลางคืนเพียงปีละครั้งในวันดังกล่าว สมควรทำเป็นกระทงแต่งประทีป ลอยไปถวายสักการะรอยพระพุทธบาท เมื่อพระร่วงทรงรับทราบถึงความหมายดังกล่าวจึงมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน” ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นโคมลอยรูปดอกบัวปรากฏมาจนปัจจุบัน

สำหรับตำนานการลอยกระทงตามความเชื่อของพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า ก่อนที่พระพุทธองค์จะตรัสรู้นั้น ได้ประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา กาลวันหนึ่ง นางสุชาดาอุบาสิกาได้ให้สาวใช้นำข้าวมธุปายาส (ข้าวกวนหรือหุงด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย) ใส่ถาดทองไปถวาย

เมื่อพระองค์เสวยหมดแล้ว ก็ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า ถ้าหากวันใดจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ก็ขอให้ถาดลอยทวนน้ำ ด้วยแรงสัตยาธิษฐานและบุญญาภินิหาร ถาดก็ลอยทวนน้ำไปจนถึงสะดือทะเล แล้วก็จมไปถูกขนดหางพระยานาคผู้รักษาบาดาล พระยานาคตื่นขึ้น พอเห็นว่าเป็นอะไรก็ประกาศก้องว่า

บัดนี้ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกอีกองค์แล้ว ครั้นแล้วเทพยดาทั้งหลายและพระยานาคก็พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระยานาคก็ได้ขอให้พระพุทธองค์ประทับรอยพระบาทไว้บนฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อพวกเขาจะได้ขึ้นมาถวายสักการะได้ พระองค์ก็ทรงทำตาม ส่วนสาวใช้ก็นำความไปบอกนางสุชาดา ครั้นถึงวันนั้นของทุกปีนางสุชาดาก็จะนำเครื่องหอมและดอกไม้ใส่ถาดไปลอยน้ำเพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นประจำเสมอมา และต่อๆมาก็ได้กลายเป็นประเพณีลอยกระทงตามที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

กล่าวได้ว่าประเพณีการลอยกระทงถือเป็นคติธรรมอย่างหนึ่ง ที่บอกนัยให้พุทธศาสนิกชินได้เจริญรอยตามพระบาทของพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามทั้งปวงนั่นเอง

ส่วนตำนานความเชื่อของศาสนาพราหมณ์บอกว่า พิธีลอยประทีปแต่เดิมทำขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าทั้งสามคือ พระอิศวร พระนารายณ์และพระพรหม เป็นประเภทคู่กับลอยกระทง ก่อนจะลอยก็ต้องมีการตามประทีปก่อน ซึ่งตามคัมภีร์โบราณอินเดียเรียกว่า “ทีปาวลี” โดยกำหนดทางโหราศาสตร์ว่า

เมื่อพระอาทิตย์ถึงราศีพิจิก พระจันทร์อยู่ราศีพฤกษ์เมื่อใด เมื่อนั้นเป็นเวลาตามประทีป และเมื่อบูชาไว้ครบกำหนดวันแล้ว ก็เอาโคมไฟนั้นไปลอยน้ำเสีย ต่อมาชาวพุทธเห็นเป็นเรื่องดี จึงแปลงเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทและการับเสด็จพระพุทธเจ้าดังที่กล่าวข้างต้น โดยมักถือเอาเดือน 12 หรือเดือนยี่เป็งเป็นเกณฑ์ (ยี่เป็งคือเดือนสอง ตามการนับทางล้านนา ที่นับเดือนทางจันทรคติ เร็วกว่าภาคกลาง 2 เดือน) ลอยกระทง

ฝ่ายประเทศพม่าก็มีตำนานเหมือนกัน ว่า ครั้งหนึ่งสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงมีพระประสงค์จะสร้างเจดีย์ให้ครบ 84,000 องค์ แต่ถูกพระยามารคอยขัดขางเสมอ

พระองค์จึงไปขอให้พระอรหันต์องค์หนึ่ง คือพระอุปคุตช่วยเหลือ พระอุปคุตจึงไปขอร้องพระยานาคเมืองบาดาลให้ช่วย พระยานาครับปากและปราบพระยามารจนสำเร็จ พระเจ้าอโศกมหาราชจึงสร้างเจดีย์ได้สำเร็จสมพระประสงค์ แต่นั้นมาเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 12 คนทั้งหลายก็จะทำพิธีลอยกระทงเพื่อบูชาคุณพระยานาค

เรื่องนี้บางแห่งก็ว่า พระยานาคก็คือพระอุปคุตที่อยู่ที่สะดือทะเล และมีอิทธิฤทธิ์มาก จึงปราบมารได้ และพระอุปคุตนี้เป็นที่นับถือของชาวพม่าและชาวพายัพของไทยมาก

ประเพณีลอยกระทงนอกจากจะมีคุณค่าต่อการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพระผู้มีพระคุณแล้ว ยังมีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชม สังคม และศาสนาด้วย เช่น ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำให้ชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดงาน หรือในบางท้องที่ที่มีการทำบุญก็คือว่ามีส่วนช่วยสืบทอดพระศาสนา และในหลายๆแห่งก็ถือเป็นโอกาสดีในการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแม่น้ำลำคลองด้วย

ลอยกระทง ประเพณี

ลอยกระทง เป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน ๑๒ หรือวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ และความเชื่อต่างๆกัน สำหรับในปีนี้วันลอยกระทงตรงกับวันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ประเพณี ลอยกระทง มิได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศจีน อินเดีย เขมร ลาว และพม่าก็มีการลอยกระทงคล้ายๆกับบ้านเรา จะต่างกันบ้างก็คงเป็นเรื่องรายละเอียด พิธีกรรม และความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น แม้แต่ในบ้านเราเอง การลอยกระทงก็มาจากความเชื่อที่หลากหลายเช่นกัน

ทำไมถึงลอยกระทง
การลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร เพียงแต่ท้องถิ่นแต่ละแห่งก็จะมีจุดประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงแตก ต่างกันไป เช่น ในเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ก็จะเป็นการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา ซึ่งปัจจุบันคือแม่น้ำเนรพุททาในอินเดีย หรือต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลกเมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธ มารดา นอกจากนี้ ก็ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชาพระอุปคุตเถระที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเล ลึกหรือสะดือทะเล บางแห่งก็ลอยกระทงเพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของตน บางแห่งก็เพื่อแสดงความขอบคุณพระแม่คงคาซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ ประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งขอขมาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป ส่วนบางท้องที่ก็จะทำเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์/ลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ และส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานขอสิ่งที่ตนปรารถนาไปด้วย

ประเพณีลอยกระทง นอกจากจะเป็นประเพณีที่มีคุณค่าในเรื่องการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อ ผู้มีพระคุณดังที่กล่าวมาแล้ว ประเพณีนี้ยังมีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสานาด้วย เช่น ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำให้ชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดงาน หรือในบางท้องที่ที่มีการทำบุญก็ถือว่ามีส่วนช่วยสืบทอดพระศาสนา และในหลายๆแห่งก็ถือเป็นโอกาสดีในการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแม่น้ำลำ คลองไปด้วย

ลอยกระทง ประวัติลอยกระทง

วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา “มักจะ” ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ “กระทง” จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาพระแม่คงคาด้วย

จาก wikipedia

ลอยกระทง ปิศาจลอยกระทง ภาค 2

ลอยกระทง ปิศาจ ลอยกระทง ภาค 2

ลอยกระทง ประสบการณ์ พบปิศาจ ลอยกระทง ในวันลอยกระทง อันตราย ! พบปิศาจลอยกระทงโผล่ แถว ๆ สถานที่ลอยกระทง แหล่งใหญ่ ๆ ทั่วกรุงเทพ เตือน นักท่องเที่ยว ระวัง ตัว ด่วน !

งานลอยกระทง ของวัน เพ็ญ เดือนสิบสอง เมื่อสองปีที่แล้ว ที่ มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่ง แถว ๆ สยาม

จำได้ว่า วันนั้น ผมสะพายกล้อง handycam เดินทางไปด้วย จิตใจ ที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ที่จะได้มีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นในวัน ลอยกระทง

นัดกันไว้ ทุ่มครึ่ง แต่จำได้ว่า ผมแต่งตัว เตรียมไปงาน ลอยกระทง ตั้งแต่ 4 โมงเย็น

ไปถึงตอน ห้าโมงนิด ๆ เลยไปเดินเตร็ดเตร่ แถว ๆ มาบุญครอง เดินดู มือถือ เดินไปชั้นเกมส์ พอ 6 โมงนิด ๆ ก็เดินไป แถว ๆ จุดนัดหมาย

และแล้ว ปิศาจ ลอยกระทง ก็โผล่ขึ้นมา ผมเห้นมันกำลัง กัดกระทง ของเพื่อน ๆ ที่มาลอยกระทง กันอยู่ !!

ตอนนั้นผมตกใจมาก อยากจะวิ่ง แต่ขามันไม่มีแรง ผมเลย หยิบ กล้อง handy cam ในมือ ออกมาถ่าย ภาพของ ปิศาจ ลอยกระทง
ที่กำลังกัดกระทง ที่ลอยอยู่ในน้ำ

ปิศาจ ลอยกระทง ที่อยู่ในน้ำ ทีแรกผมนึกว่า มันมีตัวเดียว แต่พอผม ดูชัด ๆ มันมีหลายตัว ครับ ตัวหัวหน้ามัน หัวฟู ๆ เดินสองขา
ลยกระทง ส่วนตัวลูกน้อง มันก็ขนฟู ๆ เดิน 4 ขา ( ดังรูป )
ลยกระทง

ชาวบ้านที่อยู่ใน เหตุการณ์ขณะนั้น ถึงกับหวีดร้องอย่างตกใจ ลูกเล็กเด็กแดง ก็ร้องไห้กันกระจองอแง

นั่นคือเหตุการณ์ วัน ลอยกระทง ที่น่ากลัวที่สุด และทำให้ผม ลืมไม่ลง

พอวันนั้นผมกลับไปบ้าน ก็รีบไปดูข่าว ลอยกระทง ในทีวี ทันที แต่ที่ไหนได้ ไม่ว่าจะเปิดดูช่องไหน ก็ไม่มีข่าว ปิศาจ ลอยกระทง อาละวาดในวัน ลอยกระทงเลย

ผมแปลกใจมาก ว่าทำไม รัฐบาล ถึงต้องพยายาม ปิดข่าว ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องร้ายแรง ต่อกระทง ที่พวกเรานำไปลอยด้วย

ดังนั้น ผมจึงเตรียมตัว ที่จะเปิดเผยเรื่องราว ของ ปิศาจ ลอยกระทง ให้โลกได้รับรู้

( ติดตามต่อภาค 3 )

ที่มา : ลอยกระทง Bloggang
ที่อยู่ปัจจุบัน : ลอยกระทง thaietrade

ลอยกระทง ปิศาจ ลอยกระทง

ลอยกระทง ปิศาจ ลอยกระทง

ลอยกระทง

ลอยกระทง อันตราย ! ระวังปิศาจ ลอยกระทง เข้ามากัดกินกระทงของพวกท่าน ด่วน !! อ่านวิธีการกำจัดปิศาจลอยกระทง ที่จะเข้ามาทำร้ายกระทง ของพวกท่าน และดาวน์โหลด ภาพปิศาจ ลอยกระทง ฟรี
ลอยกระทง ระวัง tinnoi ปิศาจ ลอยกระทง!

ภูเกะ – เกษตรจังหวัดภูเกะ เตือนชาวไทย ที่ชอบลอย ๆ อะไร ในช่วง วันเพ็ญ เดือนสิบสอง ในขณะที่น้ำนองเต็มตลิ่ง ทุกคนว่า
ให้ระวัง ช่วงนี้ ปิศาจ ลอยกระทง อาละวาด !!

นายสมชาย ลิ้มทองคำแท่ง เกษตรกร ยากจน จังหวัด ภูเกะ กล่าวว่า ในทุก ๆ ปี จะมีเทศกาล ที่ชาวไทย ส่วนใหญ่ เกิดพฤติกรรม
ชอบ เอากระทง ไปลอย ๆ ในแหล่งแม่น้ำลำคลอง หรือที่ มนุษย์ต่างดาว มักเรียกกันว่า วันลอยกระทง นั้น
มักมีปิศาจ ลอยกระทง ( ตามรูป ) โผล่ออกมา กัดกินกระทง ที่ชาวบ้าน ลอย ๆ กัน

ลยกระทง

โดย ปิศาจลอยกระทง จะเข้ามาทำลาย กระทง โดยการ กัดบริเวณ กลีบกระทง และ ฐานกระทง เพื่อกินเป็นอาหารทำให้ กระทง ที่ท่านนำไปลอย มันจะจมครับท่าน ดังรูป ที่ 2

ลักษณะการจมจะค่อย ๆ จม ไม่ค่อยรุนแรง ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยภายนอก และนักลงทุนชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ !!
( ไม่เกี่ยวกับ ลอยกระทง เลย )

นายสมชาย แนะนำให้ เกษตรกร และชาวบ้าน ที่ชอบเอา อะไรไปลอย ๆ ในวัน ลอยกระทง ว่า การจะกำจัด พวกปิศาจ ลอยกระทง นั้น
สามารถทำได้ โดยการรณรงค์ ล้อมตี ปิศาจ ลอยกระทง เพื่อให้เข็ดหลาบ แต่ไม่ควรจะตีแรง ตีพอให้น่วม ๆ ก็พอ

ลยกระทง

นายสมชาย กล่าวอีกว่า การใช้ กรงดักปิศาจ ลอยกระทง ก็เป็นวิธีการที่ได้ผลดี อีกวิธีหนึ่ง แต่เกษตรกร ต้องเลือก เหยื่อให้เหมาะสม เช่น กระทงทำจาก ลวดหนามและสังกะสี เพื่อให้บาดปาก ของ ปิศาจ ลอยกระทง
จากการทดลอง ของชาวบ้าน บางกลุ่ม ได้ทดลองดัก ปิศาจ ลอยกระทง ปรากฎว่าได้ผลดี เกษตรกรที่สนใจ หรือมีปัญหา ปิศาจ ลอยกระทง ระบาด ตามแม่น้ำลำคลอง ที่เรา ๆ เอาอะไรไปลอย ๆ ในวัน ลอยกระทง น่าจะทดลองดู เพราะ เป็นภูมิปัญญาของคนใต้ ที่นำทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว มาใช้ กำจัดปิศาจ ได้

ที่มา : ลอยกระทง Bloggang
ที่อยู่ปัจจุบัน : ลอยกระทง thaietrade